简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
หุ้น MORE ไม่ใช่แค่เรื่องหุ้น แต่คือบทเรียนความเสี่ยงที่นักเทรดฟอเร็กซ์ต้องรู้!
บทคัดย่อ:คดีหุ้น MORE เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้างของตลาดทุนไทย โดยความเสียหายไม่ได้จำกัดอยู่ที่มูลค่าเงิน แต่ลุกลามไปสู่ความเชื่อมั่นของระบบโดยรวม ลักษณะของคดีแสดงให้เห็นการใช้เครดิต ความน่าเชื่อถือ และช่องว่างของระบบอย่างเป็นระบบ บทความนี้วิเคราะห์บทเรียนจากกรณีดังกล่าวและเชื่อมโยงไปยังตลาด Forex ซึ่งมีการพึ่งพาเลเวอเรจและกลไกเครดิตเช่นกัน ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงสำคัญไม่ได้มาจากราคาตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างระบบและการกำกับดูแล ท้ายที่สุด บทความเน้นย้ำความสำคัญของวินัย ความรู้ และการบริหารความเสี่ยงของนักลงทุนในทุกตลาดการเงิน

คดีหุ้น MORE กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของตลาดทุนไทยอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพียงเพราะมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่เพราะรูปแบบของเหตุการณ์มีความซับซ้อนและถูกวางแผนอย่างเป็นระบบ จนถูกมองว่าเป็นการ “ยกระดับกลโกง” จากคดีหุ้นฉาวในอดีต
แม้ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงในคดีนี้จะเป็นบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์หุ้น) เป็นหลัก แต่บทเรียนจากกรณี MORE ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตลาดหุ้นไทย หากยังสะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่นักลงทุนและนักเทรดทุกตลาด รวมถึง นักเทรด Forex ควรตระหนักอย่างจริงจัง
MORE ไม่ใช่แค่หุ้นฉาว แต่คือ Extreme Case ของระบบ
ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทุนหลายรายมองตรงกันว่า คดีหุ้น MORE มีความแตกต่างจากกรณีอย่าง STARK, EARTH หรือ JKN อย่างชัดเจน เนื่องจากไม่ได้มุ่งหลอกลวงนักลงทุนรายย่อยเป็นหลัก แต่เป็นการใช้ “เครดิต + ช่องว่างของระบบ” เพื่อดึงเงินออกจากระบบโบรกเกอร์ในวงกว้าง
ลักษณะสำคัญของคดีนี้คือ
- การใช้ความน่าเชื่อถือของบุคคลและชื่อเสียง
- การอาศัยกลไกเครดิตและวงเงินซื้อขาย
- การใช้ช่องโหว่ของระบบ กฎหมาย และเทคโนโลยี
เหตุการณ์ดังกล่าวจึงถูกมองว่าเป็นกรณีสุดโต่ง (Extreme Case) ที่สะท้อนว่า หากระบบมีช่องว่างมากพอ ทุกฝ่ายสามารถตกเป็นเหยื่อได้ ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนรายย่อย สถาบัน หรือแม้แต่โบรกเกอร์เอง
ความเสียหายที่ลึกกว่าตัวเงิน คือ “ศรัทธาในระบบ”
แม้คดี MORE จะอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วคือ ความไม่เชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นไทย ซึ่งสะสมมาจากหลายกรณีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด ได้แก่
- สภาพคล่องในตลาดลดลง
- นักลงทุนรุ่นใหม่บางส่วนย้ายเงินไปลงทุนต่างประเทศ
- นักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนสถาบันระมัดระวังมากขึ้น
- ภาพลักษณ์ตลาดทุนไทยด้อยลงในสายตาต่างชาติ
สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ความเสียหายจากคดีลักษณะนี้ ไม่ได้จบแค่การดำเนินคดี แต่ส่งผลต่อโครงสร้างตลาดในระยะยาว
แล้วนักเทรด Forex เกี่ยวอะไรกับหุ้น MORE?
แม้ตลาด Forex จะเป็นตลาดคนละประเภทกับตลาดหุ้น แต่บทเรียนจาก MORE มีความเชื่อมโยงกับนักเทรด Forex อย่างชัดเจนในหลายมิติ
ความเสี่ยงไม่ได้มาจากกราฟอย่างเดียว แต่มาจาก “ระบบ”
นักเทรด Forex จำนวนมากโฟกัสกับกลยุทธ์ เทคนิค และอินดิเคเตอร์ แต่กรณี MORE เตือนให้เห็นว่า ความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุด อาจไม่ได้อยู่ในราคาหรือทิศทางตลาด แต่อยู่ที่
- โครงสร้างของระบบ
- กลไกเครดิต
- การกำกับดูแลของโบรกเกอร์
ในตลาด Forex เอง ก็มีความเสี่ยงเชิงระบบ เช่น
- โบรกเกอร์ที่ให้เลเวอเรจสูงเกินไป
- การบริหารเงินลูกค้าที่ไม่โปร่งใส
- การพึ่งพาความน่าเชื่อถือโดยไม่มีการตรวจสอบ
อย่าหลงเชื่อ “ชื่อเสียง” มากกว่าโครงสร้างความปลอดภัย
หุ้น MORE แสดงให้เห็นว่า ความน่าเชื่อถือของบุคคล หรือชื่อเสียง ไม่ใช่หลักประกันความปลอดภัย
สำหรับนักเทรด Forex บทเรียนนี้หมายถึง
- อย่าเลือกโบรกเกอร์เพียงเพราะโฆษณาใหญ่ หรือมี Influencer สนับสนุน
- ต้องตรวจสอบใบอนุญาต การคุ้มครองเงินลูกค้า และโครงสร้างบริษัท
- แยกให้ออกว่าอะไรคือ “ความน่าเชื่อถือเชิงภาพลักษณ์” และอะไรคือ “ความน่าเชื่อถือเชิงระบบ”
เลเวอเรจและเครดิต คือดาบสองคม
หนึ่งในแกนหลักของคดี MORE คือการใช้เครดิตและวงเงินจำนวนมาก ซึ่งคล้ายกับสิ่งที่นักเทรด Forex ใช้เป็นประจำ นั่นคือ “เลเวอเรจ”
บทเรียนคือ
- ระบบที่ให้เครดิตหรือเลเวอเรจมากเกินไป โดยขาดการคัดกรอง อาจนำไปสู่ความเสียหายเชิงระบบ
- สำหรับนักเทรด การใช้เลเวอเรจสูง อาจสร้างกำไรได้เร็ว แต่ก็พอร์ตพังได้เร็วไม่แพ้กัน
กรณี MORE เป็นตัวอย่างว่า เมื่อเครดิตถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ ความเสียหายจะไม่หยุดอยู่แค่ผู้ใช้ แต่ลามไปทั้งระบบ
วินัยและการบริหารความเสี่ยง คือสิ่งเดียวที่พึ่งพาได้จริง
ทั้งในตลาดหุ้นและ Forex บทเรียนร่วมกันคือ อย่าคาดหวังว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะปกป้องเราได้ทันเวลาเสมอ
นักเทรด Forex ควร
- ไม่ All-in กับบัญชีเดียว
- แยกเงินลงทุนออกจากเงินใช้จ่าย
- กำหนดจุดตัดขาดทุนอย่างเคร่งครัด
- เตรียมแผนรับมือกรณีโบรกเกอร์หรือระบบมีปัญหา
บทสรุป
คดีหุ้น MORE ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องอื้อฉาวของตลาดหุ้นไทย แต่เป็นสัญญาณเตือนระดับโครงสร้างว่า ในระบบการเงินใด ๆ หากมีช่องว่างมากพอ ความเสียหายสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกฝ่าย
สำหรับนักเทรด Forex แม้จะอยู่คนละตลาด แต่ไม่ควรมองเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องไกลตัว เพราะแก่นของปัญหา คือ
- ความเชื่อมั่น
- ช่องว่างของระบบ
- การพึ่งพาเครดิตและความน่าเชื่อถือโดยขาดการตรวจสอบ
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะลงทุนในหุ้น หรือเทรด Forex สิ่งที่ปกป้องเงินของคุณได้ดีที่สุด ไม่ใช่ตลาด ไม่ใช่โบรกเกอร์ และไม่ใช่กฎหมาย แต่คือ ความรู้ วินัย และการบริหารความเสี่ยงของตัวคุณเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
STARTRADER
fpmarkets
AVATRADE
Exness
HFM
VT Markets
STARTRADER
fpmarkets
AVATRADE
Exness
HFM
VT Markets
WikiFX โบรกเกอร์
STARTRADER
fpmarkets
AVATRADE
Exness
HFM
VT Markets
STARTRADER
fpmarkets
AVATRADE
Exness
HFM
VT Markets
