PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ซิตี้คาดทองมีสิทธิ์พุ่งแตะ 3,000 ดอลลาร์-น้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์ภายในปี 68

ซิตี้ (Citi) คาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจทะยานขึ้นสู่ระดับ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์และราคาน้ำมันมีสิทธิ์พุ่งขึ้นสู่ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลภายในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า หากเกิดปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งจากทั้งหมด 3 ปัจจัยที่เป็นไปได้
นายอาคาช โดชี หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ประจำอเมริกาเหนือของซิตี้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า ทองคำ ซึ่งปัจจุบันซื้อขายที่ 2,016 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อาจพุ่งขึ้นประมาณ 50% หากธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ ซื้อทองคำเพิ่มมากขึ้น เกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อกลับพุ่ง (Stagflation) หรือเกิดภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยรุนแรง
“ปัจจัยที่จะเอื้อให้ทองคำพุ่งแตะ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์มากที่สุดคือการลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐของธนาคารกลางในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่วิกฤตความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ”
นายโดชิและนักวิเคราะห์รายอื่น ๆ ของซิตี้ระบุ
นายโดชิอธิบายว่า กรณีดังกล่าวจะทำให้ธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ ซื้อทองคำเพิ่มเป็นสองเท่าตัว ซึ่งปัจจัยนี้มีสิทธิ์ช่วงชิงตำแหน่งปัจจัยสำคัญที่สุดในการกระตุ้นอุปสงค์ทองคำไปจากการบริโภคอัญมณี
ซิตี้ระบุว่า การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ พุ่งสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากธนาคารกลางเหล่านี้ต้องการสร้างความหลากหลายให้กับทุนสำรองระหว่างประเทศและลดความเสี่ยงทางสินเชื่อ โดยธนาคารกลางจีนและรัสเซียเป็นหัวหอกในการเข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้น ขณะที่อินเดีย ตุรกี และบราซิลก็ซื้อทองคำมากขึ้นเช่นกัน
สภาทองคำโลก (WGC) รายงานในเดือนม.ค.ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิกว่า 1,000 ตันติดต่อกันมาสองปีแล้ว
อีกปัจจัยที่จะหนุนให้ทองพุ่งสู่ระดับ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์คือภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยขั้นรุนแรง ซึ่งจะกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรวดเร็ว
ส่วนราคาน้ำมัน ซิตี้คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะพุ่งแตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง โดยนายโดชิระบุว่า ปัจจัยที่จะกระตุ้นให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลนั้นได้แก่ ปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น การปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นจากโอเปกพลัส และภาวะติดขัดด้านอุปทานจากภูมิภาคผลิตน้ำมันสำคัญ
อนึ่ง สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ฟิวเจอร์ส่งมอบเดือนเม.ย.ซื้อขายที่ 83.56 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ WTI ฟิวเจอร์ส่งมอบเดือนมี.ค.อยู่ที่ 79.13 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ขอบคุณข้อมูลจาก อินโฟเควสท์
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น
GTCFX
IC Markets Global
D prime
OANDA
EC markets
TMGM
GTCFX
IC Markets Global
D prime
OANDA
EC markets
TMGM
GTCFX
IC Markets Global
D prime
OANDA
EC markets
TMGM
GTCFX
IC Markets Global
D prime
OANDA
EC markets
TMGM