简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
ETO Markets TrendWatch : ทองคำ น้ำมัน และหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนแรงท่ามกลางแรงกระแทกจากสถานการณ์อิหร่าน
บทคัดย่อ:ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และอัตราเงินเฟ้อภายในประเทศที่อยู่ในระดับสูง ความตึงเครียดภายในอิหร่านได้ลุกลามสู่เวทีภูมิรัฐศาสตร์อย่างชัดเจน โดยจากการติดตามของ ET

ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และอัตราเงินเฟ้อภายใน
ประเทศที่อยู่ในระดับสูง ความตึงเครียดภายในอิหร่านได้ลุกลามสู่เวทีภูมิรัฐศาสตร์อย่างชัดเจน โดยจากการ
ติดตามของ ETO Markets เมื่อวันที่ 13 มกราคม หลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าอาจมีการตอบโต้ทางทหาร ตลาดการเงินทั่วโลกเกิดภาวะ “ปิดรับความเสี่ยง” (risk-off) อย่างรวดเร็ว สินทรัพย์หลักปรับราคาพร้อมกันในวง
กว้าง
อย่างไรก็ตาม ในวันถัดมา ท่าทีที่ผ่อนคลายลงของสหรัฐฯ ทำให้ตลาดเริ่มกลับมาประเมินฉากทัศน์ของวิกฤต
ใหม่อีกครั้ง แม้ความพร้อมทางทหารและมาตรการคว่ำบาตรยังคงดำเนินอยู่ แต่ความเสี่ยงโดยรวมยังไม่
คลี่คลายลงอย่างสิ้นเชิง
ETO Markets จึงวิเคราะห์ผลกระทบจากเหตุการณ์อิหร่านต่อ ทองคำ น้ำมันดิบ และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่าน
ข้อมูลเชิงลึก เพื่อช่วยให้นักลงทุนมองภาพตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
โลหะมีค่า: พุ่งแรงในช่วงแรก ก่อนเข้าสู่การพักฐานในระดับสูง

เหตุการณ์ดังกล่าวช่วยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและเงินในช่วงสั้น ๆ เมื่อความเสี่ยงเริ่ม
คลี่คลาย ตลาดจึงหันกลับมาโฟกัสที่ทิศทางดอลลาร์สหรัฐและบรรยากาศการลงทุนโดยรวมอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 14 มกราคม ราคาทองคำสปอตพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4,642.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะเริ่ม
แกว่งตัวในกรอบ ส่วนราคาเงินสปอตปรับขึ้นแตะระดับ 93.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่อัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold-Silver Ratio) ลดลงต่ำกว่า 50 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012
หลังจากการปรับขึ้นอย่างรุนแรง โมเมนตัมเริ่มชะลอลง ราคายังคงผันผวนในระดับสูง สะท้อนภาวะตลาดที่
ยังต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ: สะเทือนระยะสั้น แต่แนวโน้มยังแข็งแกร่ง

หลังจากแรงกดดันด้านความเสี่ยงเริ่มคลี่คลาย ปัจจัยพื้นฐานอย่างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ
ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็กลับมาเป็นตัวกำหนดตลาดอีกครั้ง
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงในช่วงสัปดาห์ที่เกิดวิกฤต ก่อนจะฟื้นกลับขึ้นมา และทำสถิติเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น
สัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน โดยปิดที่ระดับ 99.38 เมื่อความเสี่ยงจากความขัดแย้งถูกประเมินว่าลดลง
ค่าเงินดอลลาร์จึงสะท้อนปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง
ในระยะสั้น ทิศทางของดอลลาร์จะยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคและสัญญาณนโยบายเป็นหลัก
ตลาดฟอเร็กซ์: ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังเป็นตัวกำหนดทิศทาง เงินเยน
เผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง

แรงขับเคลื่อนหลักของตลาดฟอเร็กซ์ยังคงมาจาก ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และ ทิศทางนโยบายการเงินที่
แตกต่างกันของแต่ละประเทศ
เมื่อวันที่ 13 มกราคม เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างชัดเจน โดย USD/JPY ปรับลงต่ำกว่า 159 ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่า
สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 ขณะที่เงินยูโรและปอนด์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ แต่มีโทนอ่อนเล็กน้อย
ส่วนเงินดอลลาร์ออสเตรเลียทรงตัวได้ดี พร้อมแรงหนุนฝั่งขาขึ้นเล็กน้อย
ในภาพรวม เมื่อความแตกต่างด้านนโยบายการเงินยังคงกว้าง เงินเยนซึ่งถูกใช้เป็น สกุลเงินต้นทุน (funding currency) ยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยถ่วงผลการเคลื่อนไหวของค่าเงินญี่ปุ่นในระยะนี้
น้ำมันดิบ: ราคาเผื่อความเสี่ยงไว้ก่อน ก่อนค่อย ๆ คลายตัวลง

ในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่ ความตึงเครียดที่อิหร่านยกระดับขึ้นทำให้ตลาดกังวลต่อเสถียรภาพด้านอุปทานใน
ภูมิภาค
ตลาดรีบสะท้อนความเสี่ยงจากโอกาสที่อุปทานจะสะดุด ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลาย
เดือน ก่อนจะอ่อนตัวลงเมื่อบรรยากาศเริ่มผ่อนคลาย โดยเมื่อวันที่ 15 มกราคม ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงมาก
กว่า 3% ขณะที่ Brent ลดลงกว่า 2%
หากความตึงเครียดยังคลี่คลายต่อเนื่อง ความสนใจของตลาดอาจหันไปจับตาความเปลี่ยนแปลงใน
เวเนซุเอลาและกรีนแลนด์แทน
หุ้นสหรัฐฯ: แรงหมุนเวียนของเงินทุนช่วยดูดซับแรงกระแทกของตลาด

นักลงทุนมองเหตุการณ์ความตึงเครียดกับอิหร่านเป็นเพียงแรงกระทบระยะสั้น มากกว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของทิศทางการเติบโตในระยะยาว
ในช่วงสัปดาห์ที่เกิดวิกฤต เงินทุนมีการสลับกลุ่มจากหุ้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูง ไปยังหุ้น Value และหุ้นวัฏจักรเศรษฐกิจ โดยหุ้นขนาดเล็กและหุ้นกลุ่ม Cyclical ทำผลงานโดดเด่นกว่า ส่งผลให้ดัชนี Russell 2000 ทำจุดสูงสุดใหม่
ขณะที่ดัชนีหลักปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย ได้แก่ Dow Jones -0.29%, S&P 500 -0.38% และ Nasdaq -0.66%
แม้ระดับความเสี่ยงจะถูกประเมินลดลง แต่ความต้องการรับความเสี่ยงของนักลงทุนโดยรวมยังคงทรงตัว ความผันผวนในระยะสั้นจึงสะท้อนการหมุนกลุ่มการลงทุนในตลาดหุ้น มากกว่าจะเป็นสัญญาณการกลับทิศของ
แนวโน้มตลาด
วงจร Risk Premia เดินหน้า ความแตกต่างระหว่างสินทรัพย์ชัดเจนขึ้น
เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านไม่ได้เปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจมหภาคในระยะกลาง แต่ทำให้การสะสมและการคลี่คลายของ Risk Premia ในระยะสั้นเกิดเร็วขึ้น พร้อมทั้งขยายความแตกต่างของการเคลื่อนไหวระหว่าง
สินทรัพย์แต่ละประเภทให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ETO Markets จะยังคงติดตามปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเศรษฐกิจมหภาค และความเชื่อมโยงระหว่างสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด เพื่อจัดทำกรอบการวิเคราะห์ที่เป็นระบบ ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในสภาวะตลาดที่ซับซ้อน
Disclaimer
ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อการอ้างอิงทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน การชักชวน หรือข้อเสนอในการซื้อหรือ
ขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ
ETO Markets ไม่รับประกันความถูกต้อง ความครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใด ๆ ที่อาจ
เกิดขึ้นจากการนำข้อมูลนี้ไปใช้หรือการพึ่งพาข้อมูลดังกล่าว
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
STARTRADER
VT Markets
GO Markets
EC markets
FXCM
FXTM
STARTRADER
VT Markets
GO Markets
EC markets
FXCM
FXTM
WikiFX โบรกเกอร์
STARTRADER
VT Markets
GO Markets
EC markets
FXCM
FXTM
STARTRADER
VT Markets
GO Markets
EC markets
FXCM
FXTM
