ทองคำพุ่งแรงรับข่าวร้อนเวเนซุเอลา สัญญาณ “Risk-Off” ที่นักเทรดต้องอ่านให้ออก
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําปรับตัวขึ้นหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําปรับตัวขึ้นหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจาก การใช้จ่ายของผู้บริโภค เพิ่มขึ้น 0.57% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือนสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% แต่เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 7.0% ในเดือนธ.ศ. ซึ่งแม้จะเป็นระดับ สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 1982

แต่ก็ถือว่าสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ตัวเลขเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเงินเฟ้อของสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 40 ปีซึ่งจะเป็น ปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าแผนการคุมเข้มนโยบายการเงิน แต่เงินเฟ้อก็ไม่ได้ร้อนแรงถึงขนาดที่จะเร่งให้เฟดต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าว ในปีนี้เช่นกัน ประกอบกับตลาดมี Price in การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดไปพอสมควรแล้ว นั่นทําให้ดัชนีดอลลาร์เผชิญกับแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงแตะระดับต่ําสุดที่ 94.907

ซึ่งเป็นระดับต่ําที่สุด นับตั้งแต่ 11 พ.ย. ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงแตะระดับต่ําสุดที่ 1.7093% จนเป็นปัจจัยหนุนทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของ ตอกเบี้ยเพิ่ม ปัจจัยที่กล่าวมาทําให้ราคาทองคําดีดตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,827.96 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่เปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้ติดตามการ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI), จํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ และถ้อยแถลงของนางสาเอล เบรนาร์ดหนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟต ต่อคณะกรรมการการธนาคารประจํา วุฒิสภาของสหรัฐในกระบวนการพิจารณาแต่งตั้งนางเบรนาร์ดเป็นรองประธานเฟด
หากระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุดแนวรับแรกโซน 1,814-1,810 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคามีโอกาสราคาดีดตัวขึ้นต่อ โดยหากยืนเหนือ บริเวณ 1,830-1,834 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ การขยับขึ้นจะมีแนวต้านถัดไปโซน 1,849 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดแนวรับแรก กรอบด้านล่าง จะอยู่ที่ 1,797 ดอลลาร์ต่อออนซ์

คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ 1,814-1,810
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,830-1,834
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสกานะซื้อหากหลุด $1,797
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ชะลอตัวต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนลดการถือทองในระยะสั้นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการอ่อนตัวครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐาน ไม่ใช่การเปลี่ยนเทรนด์ขาลง เนื่องจากตลาดยังคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต ทองคำจึงยังมีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างจากดอกเบี้ยขาลง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ในระยะยาว ทองคำยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการกระจายความเสี่ยงของนักลงทุน

การ “ติดดอยทองคำ” คือภาวะที่นักลงทุนซื้อทองในช่วงราคาสูง ก่อนที่ราคาจะร่วงลงจนเกิดการขาดทุน ซึ่งมักเกิดจากจิตวิทยาการลงทุน เช่น ความโลภและความกลัวพลาด (FOMO) ราคาทองคำโลกมีรอบขึ้นลงตามเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตปี 2008 และช่วง COVID-19 ทำให้นักเทรดต้องเรียนรู้การวิเคราะห์จังหวะซื้อขายและควบคุมอารมณ์ บทเรียนสำคัญคือ “ติดดอยไม่ใช่ความล้มเหลว” แต่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจตลาดและพัฒนากลยุทธ์การลงทุนอย่างมีวินัย

ราคาทองคำร่วงแรงกว่า 5.5% ในวันเดียว สะท้อนภาวะการปรับฐานครั้งใหญ่และทำให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงฟองสบู่ทองคำ ทองคำแม้ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในแง่การลงทุนกลับมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากความผันผวนและระยะเวลาฟื้นตัวที่ยาวนานกว่า หุ้นหรือคริปโต ดังนั้นผู้ลงทุนควรเข้าใจวัฏจักรตลาด กระจายพอร์ต และไม่เทน้ำหนักทั้งหมดในทองคำ
AVATRADE
OANDA
STARTRADER
TMGM
IC Markets Global
FOREX.com
AVATRADE
OANDA
STARTRADER
TMGM
IC Markets Global
FOREX.com
AVATRADE
OANDA
STARTRADER
TMGM
IC Markets Global
FOREX.com
AVATRADE
OANDA
STARTRADER
TMGM
IC Markets Global
FOREX.com